ค่าลดหย่อนคืออะไร ทำไมยิ่งใช้สิทธิ ยิ่งประหยัดภาษี
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจาก "เงินได้สุทธิ" ซึ่งมาจากรายได้ทั้งปี หักด้วยค่าใช้จ่าย และหักด้วยค่าลดหย่อน ยิ่งคุณมีค่าลดหย่อนมาก เงินได้สุทธิยิ่งน้อยลง และภาษีที่ต้องเสียก็น้อยลงตามไปด้วย
พูดง่าย ๆ คือค่าลดหย่อนทำงานเหมือน "ส่วนลด" ก้อนใหญ่ก่อนคำนวณภาษี การวางแผนใช้สิทธิให้ครบจึงเป็นวิธีประหยัดภาษีที่ทุกคนทำได้ ไม่ใช่แค่คนรายได้สูง
รายการลดหย่อนภาษีแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก
เพื่อให้จำง่าย เราแบ่งรายการลดหย่อนออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว กลุ่มประกันและการลงทุน กลุ่มเงินบริจาค และกลุ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาดูทีละกลุ่มกัน
กลุ่มที่ 1: ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
กลุ่มนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่แทบทุกคนได้รับ
| รายการ | เพดานลดหย่อน |
|---|---|
| ลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 บาท |
| คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) | 60,000 บาท |
| บุตร | 30,000 บาทต่อคน |
| บิดามารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไป มีเงินได้ไม่เกินเกณฑ์) | 30,000 บาทต่อคน |
| ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร | ตามจ่ายจริง สูงสุด 60,000 บาท |
| อุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ | 60,000 บาทต่อคน |
สำหรับบุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 อาจได้สิทธิเพิ่มเป็น 60,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
กลุ่มที่ 2: ประกันและการลงทุนเพื่อเกษียณ
กลุ่มนี้เป็นที่นิยมเพราะได้ทั้งลดหย่อนภาษีและสร้างความคุ้มครองหรือเงินออมไปพร้อมกัน
| รายการ | เพดานลดหย่อน |
|---|---|
| เบี้ยประกันชีวิต | สูงสุด 100,000 บาท |
| เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง | สูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000) |
| เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา | สูงสุด 15,000 บาท |
| เงินประกันสังคม | ตามจ่ายจริงตามเกณฑ์ |
สำหรับกลุ่มการลงทุนเพื่อเกษียณ ได้แก่ กองทุน RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครู และประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ และเมื่อรวมกันทั้งกลุ่มแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีกองทุน Thai ESG ที่ให้สิทธิลดหย่อนแยกอีกส่วนหนึ่ง โดยมีเพดานเฉพาะของตัวเอง
กลุ่มที่ 3: เงินบริจาค
การบริจาคนอกจากได้บุญแล้วยังลดหย่อนภาษีได้
- เงินบริจาคทั่วไป ลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่น
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา สถานพยาบาล การกีฬา และสาธารณประโยชน์บางประเภท ลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินที่บริจาคจริง (ภายใต้เพดานที่กำหนด)
ควรเก็บหลักฐานการบริจาคและใช้ระบบ e-Donation เพื่อความสะดวกในการยื่น
กลุ่มที่ 4: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์
กลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยที่สุดในแต่ละปี
- ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท
- มาตรการช้อปลดหย่อน เช่น Easy E-Receipt มักมีวงเงินและช่วงเวลาที่กำหนดเฉพาะแต่ละปี
มาตรการในกลุ่มนี้รัฐมักประกาศใหม่เป็นรายปี ทั้งวงเงิน เงื่อนไข และช่วงเวลาที่ใช้สิทธิได้ จึงต้องเช็กประกาศล่าสุดของปีนั้น ๆ ก่อนใช้สิทธิ
วางแผนยังไงให้ใช้สิทธิคุ้มที่สุด
อย่ารอให้ถึงเดือนธันวาคมแล้วค่อยรีบซื้อ เพราะอาจพลาดของที่เหมาะกับคุณหรือซื้อเกินความจำเป็น แนวทางที่ดีคือ
- รวมรายได้ทั้งปีและประเมินว่าคุณจะอยู่ในฐานภาษีเท่าไหร่
- ไล่เช็กว่าใช้สิทธิลดหย่อนกลุ่มไหนไปแล้วบ้าง และยังเหลือเพดานเท่าไหร่
- เลือกซื้อประกันหรือกองทุนลดหย่อนเฉพาะส่วนที่ยังเหลือเพดาน ให้ตรงกับเป้าหมายการเงินของตัวเอง ไม่ใช่ซื้อเพื่อลดภาษีอย่างเดียว
- ทยอยซื้อตั้งแต่กลางปีเพื่อกระจายภาระและไม่ต้องรีบตัดสินใจตอนสิ้นปี
รู้ทันทีว่าลดหย่อนได้อีกเท่าไหร่
ZunaMoney ช่วยให้คุณบันทึกรายได้และค่าลดหย่อนระหว่างปี แล้วคำนวณให้อัตโนมัติว่าตอนนี้คุณยังลดหย่อนได้อีกเท่าไหร่ และถ้าซื้อเพิ่มจะประหยัดภาษีได้กี่บาท
ดาวน์โหลด ZunaMoney ฟรีคำถามที่พบบ่อย
ลดหย่อนภาษีต้องเก็บเอกสารไหม?
ต้องเก็บหลักฐานทุกรายการ เช่น ใบเสร็จ กรมธรรม์ หนังสือรับรองการซื้อกองทุน เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจสอบ
ซื้อประกันหรือกองทุนปลายปีทันลดหย่อนปีนั้นไหม?
โดยทั่วไปต้องซื้อภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีภาษีนั้น จึงจะนำมาลดหย่อนของปีนั้นได้
ไม่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ต้องสนใจลดหย่อนไหม?
ถ้ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี การลดหย่อนอาจไม่จำเป็น แต่ยังควรยื่นภาษีหากถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ เพื่อขอคืนเงิน
SSF ยังลดหย่อนได้อยู่ไหม?
สถานะสิทธิประโยชน์ของ SSF เปลี่ยนแปลงได้ตามมาตรการของรัฐ ก่อนซื้อควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรว่าปีภาษีนั้นยังใช้ลดหย่อนได้หรือไม่
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล รายการลดหย่อน เพดาน และมาตรการพิเศษเปลี่ยนแปลงได้ทุกปีภาษี โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนใช้สิทธิจริง
