บทความ / โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ขอคืนได้ไหม?
ภาษี · ฟรีแลนซ์

โดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ขอคืนได้ไหม? วิธีขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายฉบับฟรีแลนซ์

ทุกครั้งที่คุณรับงานฟรีแลนซ์แล้วเห็นยอดเงินที่ได้รับจริงน้อยกว่าที่ตกลงไว้ประมาณ 3% นั่นคือ "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" ที่ผู้ว่าจ้างหักเอาไว้ ฟรีแลนซ์หลายคนเข้าใจว่าเงินก้อนนี้หายไปเลย แต่ความจริงแล้วมันคือภาษีที่คุณ "จ่ายล่วงหน้า" ให้กรมสรรพากร และถ้าสิ้นปีคำนวณออกมาแล้วคุณจ่ายเกินกว่าที่ต้องเสียจริง คุณสามารถขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร ทำไมฟรีแลนซ์ถึงโดนหัก

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือการที่ผู้จ่ายเงิน เช่น บริษัทหรือนิติบุคคลที่จ้างงานคุณ หักภาษีส่วนหนึ่งออกจากค่าจ้างก่อนจ่ายให้คุณ แล้วนำเงินส่วนนั้นส่งให้กรมสรรพากรแทนคุณ

หัวใจที่ต้องเข้าใจคือ เงินที่ถูกหักไม่ใช่ภาษีก้อนสุดท้าย แต่เป็นเพียงการเก็บภาษีล่วงหน้าระหว่างปี เพื่อกระจายภาระภาษีและป้องกันการหลีกเลี่ยง ภาษีจริงที่คุณต้องเสียจะคำนวณตอนสิ้นปีจากรายได้รวมทั้งปีของคุณ ดังนั้นยอดที่ถูกหักไประหว่างปีจึงนำมาหักลบกับภาษีที่ต้องจ่ายจริงได้ และถ้าหักไว้มากเกินไป ส่วนเกินคือเงินที่คุณได้คืน

อัตราหัก ณ ที่จ่ายของฟรีแลนซ์มีกี่แบบ

อัตราการหักไม่ได้เป็น 3% ทุกกรณี แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้และผู้จ่าย โดยอัตราที่ฟรีแลนซ์มักเจอบ่อยมีดังนี้

ประเภทเงินได้อัตราหักโดยทั่วไป
ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการทั่วไป (จ่ายโดยนิติบุคคล)3%
ค่าวิชาชีพอิสระ (เช่น ออกแบบ ที่ปรึกษา)3%
ค่าเช่าทรัพย์สิน5%
ค่าโฆษณา2%

ตัวเลขข้างต้นเป็นกรณีที่พบบ่อย แต่รายละเอียดอาจต่างกันตามประเภทเงินได้และสถานะของผู้จ่าย ควรดูที่หนังสือรับรองการหักภาษีที่ได้รับเพื่อความถูกต้อง

ทำไมเงินที่ถูกหักถึงขอคืนได้

ลองนึกภาพแบบนี้ ตลอดทั้งปีผู้ว่าจ้างทยอยหักภาษีของคุณส่งให้สรรพากรไปเรื่อย ๆ โดยหักจากยอดเต็มก่อนหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน แต่เวลาคำนวณภาษีจริง คุณมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ ก่อน ทำให้ฐานภาษีที่แท้จริงต่ำลง

ผลก็คือภาษีที่คุณต้องเสียจริงมักน้อยกว่ายอดที่ถูกหักไประหว่างปี โดยเฉพาะฟรีแลนซ์ที่รายได้ไม่สูงมากหรือมีค่าลดหย่อนเยอะ ส่วนต่างระหว่าง "ยอดที่ถูกหักไป" กับ "ภาษีที่ต้องเสียจริง" คือเงินที่คุณขอคืนได้

เอกสารที่ต้องมี — หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)

เอกสารสำคัญที่สุดในการขอคืนคือ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกกันว่า "50 ทวิ" ซึ่งผู้ว่าจ้างต้องออกให้คุณทุกครั้งที่หักภาษี

ในเอกสารนี้จะระบุยอดเงินที่จ่าย ยอดภาษีที่ถูกหัก และข้อมูลผู้จ่าย คุณต้องเก็บ 50 ทวิ ทุกใบไว้ให้ครบ เพราะยอดรวมในเอกสารเหล่านี้คือหลักฐานว่าคุณถูกหักภาษีไปเท่าไหร่ และเป็นตัวเลขที่ใช้กรอกในแบบยื่นภาษีเพื่อขอคืน ถ้าเอกสารหายหรือไม่ครบ การขอคืนจะยุ่งยากขึ้นมาก

วิธีขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ทีละขั้นตอน

ขั้นที่ 1: รวบรวมหนังสือ 50 ทวิ ทุกใบ

รวบรวมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากผู้ว่าจ้างทุกรายตลอดทั้งปี แล้วรวมยอดเงินได้และยอดภาษีที่ถูกหักทั้งหมด

ขั้นที่ 2: คำนวณรายได้รวมและภาษีที่ต้องจ่ายจริง

นำรายได้ทั้งปีมาหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ และหักค่าลดหย่อนที่คุณมีสิทธิ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกัน กองทุน เพื่อหาเงินได้สุทธิ แล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได

ขั้นที่ 3: ยื่น ภ.ง.ด.90 และกรอกยอดที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย

ฟรีแลนซ์ที่มีเงินได้หลายประเภทยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ในแบบจะมีช่องให้กรอกยอดภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ระบบจะนำยอดนี้มาหักลบกับภาษีที่ต้องจ่ายจริงให้อัตโนมัติ ถ้าถูกหักเกิน ระบบจะแสดงยอดที่ขอคืนได้

ขั้นที่ 4: เลือกรับเงินคืนผ่านพร้อมเพย์

เมื่อยื่นแบบ ให้เลือกขอคืนภาษีและผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน ซึ่งเป็นช่องทางรับเงินคืนที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน

ขั้นที่ 5: ติดตามสถานะคืนภาษี

หลังยื่นแล้วสามารถติดตามสถานะการคืนภาษีได้ผ่านระบบของกรมสรรพากร บางกรณีอาจถูกขอเอกสารเพิ่มเติม จึงควรเก็บ 50 ทวิ ตัวจริงไว้จนกว่าจะได้รับเงินคืนเรียบร้อย

ตัวอย่างคำนวณ — ฟรีแลนซ์รายได้ 500,000 บาท ได้คืนเท่าไหร่

สมมติว่าคุณเป็นฟรีแลนซ์รับงานบริการ มีรายได้ทั้งปี 500,000 บาท และถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% ระหว่างปี

ยอดที่ถูกหักไปแล้ว

500,000 × 3%15,000 บาท

คำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริง

รายได้500,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% (สูงสุด 100,000)−100,000 บาท
หักค่าลดหย่อนส่วนตัว−60,000 บาท
เงินได้สุทธิ340,000 บาท
0–150,000ยกเว้น
150,001–300,000 (5%)7,500 บาท
300,001–340,000 (10%)4,000 บาท
ภาษีที่ต้องจ่ายจริง11,500 บาท
ถูกหักไป15,000 บาท
ต้องจ่ายจริง11,500 บาท
ขอคืนได้3,500 บาท

ตัวอย่างนี้เป็นกรณีสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ตัวเลขจริงขึ้นกับประเภทเงินได้และค่าลดหย่อนของแต่ละคน

ความผิดพลาดที่ทำให้ขอคืนไม่ได้

หลายคนเสียสิทธิขอคืนเงินเพราะข้อผิดพลาดง่าย ๆ เช่น เก็บหนังสือ 50 ทวิ ไม่ครบหรือทำหาย จำไม่ได้ว่าทั้งปีถูกหักภาษีไปเท่าไหร่ ลืมรวมรายได้บางก้อนที่รับเป็นเงินสด หรือไม่ได้บันทึกรายรับระหว่างปีจนตอนยื่นภาษีต้องมานั่งไล่ย้อนหลังแล้วตัวเลขไม่ตรง

ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการไม่มีระบบบันทึกที่ดีตลอดทั้งปี พอถึงเวลายื่นจริงจึงสับสนและพลาดเงินคืนที่ควรได้

บันทึกหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติตลอดปี

ZunaMoney ออกแบบมาเพื่อฟรีแลนซ์โดยเฉพาะ บันทึกรายรับแต่ละงานพร้อมยอดที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายได้ทันที รวมยอดให้อัตโนมัติ และแสดงตัวเลขคาดการณ์เงินคืนตั้งแต่ต้นปี

ดาวน์โหลด ZunaMoney ฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ไม่ยื่นภาษีได้ไหม?

ถ้ามีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่น คุณมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีอยู่แล้ว และการไม่ยื่นยังทำให้คุณเสียสิทธิขอคืนเงินที่ถูกหักเกินด้วย

ขอคืนภาษีกี่วันได้เงิน?

ระยะเวลาขึ้นกับการตรวจสอบของกรมสรรพากร กรณีเอกสารครบและยื่นออนไลน์มักได้รับเร็วกว่า ถ้าถูกขอเอกสารเพิ่มจะใช้เวลานานขึ้น

ไม่มีหนังสือ 50 ทวิ ขอคืนได้ไหม?

ควรขอ 50 ทวิ จากผู้ว่าจ้างให้ครบ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญ หากเอกสารหายให้ติดต่อผู้ว่าจ้างเพื่อขอใหม่

หัก 3% กับ 5% ต่างกันยังไง?

อัตราต่างกันตามประเภทเงินได้ เช่น ค่าบริการมักหัก 3% ส่วนค่าเช่ามักหัก 5% ให้ดูที่หนังสือรับรองว่าหักในอัตราใด

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะบุคคล อัตราภาษี เกณฑ์ และขั้นตอนอาจเปลี่ยนแปลงตามปีภาษี โปรดตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนดำเนินการ